วัยรุ่นฟิลเลอร์ได้มั้ย? แล้วอายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มทำ พร้อมวิธีเตรียมตัวให้ปลอดภัย

ในยุคดิจิทัล

ที่ชีวิตของคนรุ่นใหม่และกลุ่มวัยรุ่นหมุนรอบหน้าจอสมาร์ตโฟน แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ  ทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจภาพลักษณ์ของตนเอง ผ่านเลนส์กล้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การได้เห็นรูปลักษณ์ของตนเองบ่อยครั้งผ่านหน้าจอและภาพถ่าย อาจทำให้วัยรุ่นหลายคนสังเกตเห็นจุดบกพร่องเล็ก ๆ น้อย ๆ บนใบหน้าได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรอยคล้ำใต้ตา ที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าจากภูมิแพ้ หรือริมฝีปากที่แห้งเป็นร่องจนทำให้ขาดความมั่นใจเวลาทาลิปสติก ปัญหาเหล่านี้ส่งผลโดยตรง ต่อระดับความมั่นใจและการแสดงออกในชีวิตประจำวัน จนทำให้การมองหาหัตถการทางการแพทย์ กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย

ที่ ชฎาคลินิก (CHADA CLINIC)

เราเข้าใจในความกังวลและโอบรับทุกความปรารถนา ในการดูแลตนเองของคนรุ่นใหม่ แต่ในขณะเดียวกัน เรามองว่าความงามในช่วงวัยรุ่น คือตัวแทนของความสดใสตามธรรมชาติ เกราะผิวพรรณที่อัดแน่นไปด้วย โครงสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินที่ยังทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การปรับแต่งใบหน้าสำหรับคนรุ่นใหม่ จึงไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการเปลี่ยนรูปหน้า ด้วยบล็อกหรือแม่พิมพ์แบบสูตรสำเร็จทั่วไป จนสูญเสียเอกลักษณ์ดั้งเดิมของตนเอง หากแต่ควรเน้นการทำความเข้าใจโครงสร้างเดิม แล้วใช้ความประณีตบรรจง ปรับแต่งสัดส่วนเพียงเล็กน้อย เพื่อรักษารอยยิ้มและเสน่ห์เฉพาะบุคคลให้เปล่งประกายออกมาได้อย่างละเมียดละไมที่สุด

วัยรุ่นฟิลเลอร์ได้มั้ย? อายุเท่าไหร่ถึงเหมาะสมและปลอดภัยที่สุด?

เมื่อพูดถึงการฉีดสารเติมเต็ม ในผู้รับบริการที่มีอายุน้อย ผู้คนส่วนใหญ่มักเกิดคำถามว่า แท้จริงแล้วควร ฟิลเลอร์อายุเท่าไหร่ดีที่สุด และในทางปฏิบัติทางการแพทย์ รวมถึงข้อกำหนดทางกฎหมาย มีคำแนะนำอย่างไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้

ประเด็นทางกฎหมายและความยินยอมในการทำหัตถการ

สำหรับคำถามยอดฮิตที่ว่า อายุเท่าไหร่ฟิลเลอร์ได้ ในประเทศไทยมีข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติทางจรรยาบรรณแพทย์


ที่คลินิกมาตรฐานระดับสากล ต้องยึดถืออย่างเคร่งครัด ดังนี้

  • กรณีผู้รับบริการมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ตามกฎหมายและหลักเกณฑ์การให้บริการทางการแพทย์ การทำหัตถการเสริมความงาม จะต้องได้รับความยินยอม เป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรมเท่านั้น แพทย์และคลินิกที่มีจรรยาบรรณ จะไม่ทำการรักษาให้โดยพลการ เพื่อป้องกันผลกระทบและการตัดสินใจที่อาจยังไม่ถี่ถ้วนของเยาวชน

  • กรณีผู้รับบริการมีอายุระหว่าง 18 - 20 ปี แม้จะเริ่มดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่ง แต่ทางกฎหมายยังถือว่าไม่บรรลุนิติภาวะโดยสมบูรณ์ (ซึ่งจะบรรลุเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์) คลินิกส่วนใหญ่จึงยังคงแนะนำให้มีการพูดคุย ปรึกษา และได้รับความเห็นชอบร่วมกันระหว่างผู้ปกครองและผู้รับบริการ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบและปลอดภัยที่สุด

ประเด็นทางสรีรวิทยาและการเติบโตของโครงสร้างใบหน้า

ในแง่ของสรีรวิทยาและความพร้อมของร่างกาย โครงสร้างกระดูกใบหน้า เนื้อเยื่อ และระบบกล้ามเนื้อของมนุษย์เราจะเติบโตและปรับเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเข้าสู่อายุประมาณ 18 - 20 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กระดูกส่วนกลางใบหน้า และแนวกรามเริ่มคงรูป และมีความเสถียรในระยะยาว

การเลือกเข้ามารับบริการปรับรูปหน้า ในช่วงอายุที่กระดูกใบหน้าเติบโตอย่างเต็มที่แล้ว จะช่วยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถประเมินสัดส่วนมิติ ของแสงและเงาบนใบหน้า ได้อย่างคงที่และแม่นยำ ส่งผลให้การคาดคะเนตำแหน่งการวางฟิลเลอร ์และการประเมินปริมาณโมเลกุลยาทำได้ดีขึ้น โดยไม่มีการเคลื่อนตัวหรือคลาดเคลื่อน จากการขยายตัวของกระดูกใบหน้า ที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ ดังนั้นในกลุ่มวัยรุ่นทำฟิลเลอร์ จึงแนะนำให้พิจารณาทำในช่วงอายุ 18 ปีขึ้นไปเป็นต้นไป เว้นแต่จะมีปัญหาทางโครงสร้าง หรืออาการจากโรคประจำตัว ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์อย่างรุนแรง ซึ่งต้องได้รับการพิจารณาและดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมกับผู้ปกครอง

ปัญหาผิวยอดฮิตของคนอายุน้อย ที่มักแก้ไขด้วยการทำฟิลเลอร์

สำหรับผู้รับบริการในกลุ่มที่มีอายุน้อยหรือวัยรุ่น ปัญหาที่ต้องการรับการแก้ไข จะมีความแตกต่างจากกลุ่มผู้รับบริการที่มีอายุมากอย่างชัดเจน เนื่องจากคนอายุน้อย ยังไม่เจอกับปัญหาการยุบตัวของกระดูกหรือการฝ่อตัวของไขมันชั้นลึกในระดับรุนแรง แต่ความต้องการมักจะเกิดจากโครงสร้างเฉพาะตัว พฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือโรคประจำตัวบางประการเป็นหลัก

ปัญหาใต้ตาคล้ำและเบ้าตาลึก (Tear Trough Deformity)

รอยคล้ำและร่องลึกบริเวณใต้ตาในวัยรุ่น เป็นหนึ่งในความกังวลที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งมักมีสาเหตุหลักมาจาก

  • โรคภูมิแพ้ อาการภูมิแพ้ ทำให้เส้นเลือดบริเวณใต้ดวงตาขยายตัว และเกิดการคั่งของเลือด ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณใต้ตา ซึ่งมีความบางอยู่แล้วดูคล้ำและหมองกว่าปกติ 

  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต: การนอนดึกจากการอ่านหนังสือเตรียมสอบ การทำกิจกรรมหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ตลอดจนพฤติกรรมการขยี้ตาบ่อย ๆ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดรอยเหี่ยวย่นและรอยดำคล้ำสะสม

การใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) เนื้อละเอียดและมีความยืดหยุ่นสูง เข้าไปประคอง ในชั้นใต้ผิวลึกอย่างเหมาะสม จะช่วยยกพยุงผิวที่ยุบตัวให้เรียบเนียนขึ้น ทับเส้นเลือดที่คั่งตัวอยู่เบื้องล่าง ส่งผลให้ใบหน้ากลับมาดูสดใส อิ่มน้ำ และดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันทีอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทำให้ดูแข็งหรือหลอกตา

ริมฝีปากบาง สัดส่วนไม่ได้รูป หรือขาดความชุ่มชื้น

อีกหนึ่งจุดยอดนิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ คือการปรับแต่งรูปปาก ทว่าการดีไซน์ในวัยนี้ตามมุมมองของชฎาคลินิก ไม่ใช่การเพิ่มปริมาตรริมฝีปากให้หนาเตอะหรือดูแปลกตาจนเกินไป แต่คือการเน้นปรับแก้ปัญหาเฉพาะจุด เช่น

  • การเพิ่มความชุ่มชื้น เติมเต็มร่องปากที่แห้งแตกเป็นขุยให้ดูเนียนนุ่ม สุขภาพดี ทาลิปสติกแล้วไม่ตกร่อง

  • การปรับสัดส่วนมุมปาก แก้ไขปัญหามุมปากตก ที่ทำให้ใบหน้าดูบึ้งตึง ให้ดูมีความละมุนและอ่อนหวานยิ่งขึ้น

  • การแก้ไขสัดส่วนไม่เท่ากัน ปรับสัดส่วนริมฝีปากบนและล่าง ให้สอดรับกับรูปคางและจมูกตามอัตลักษณ์เฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่เรียบเนียน ยืดหยุ่น และเป็นธรรมชาติเวลาขยับยิ้ม

ศิลปะการดีไซน์เฉพาะตัว ที่รักษารอยยิ้มของวัยรุ่น

ความงามที่มีรสนิยม ไม่ใช่ความงามที่ถอดแบบมาจากคนอื่น แต่คือการดึงเอาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวตนของคุณออกมาให้เปล่งประกายอย่างเหมาะสม ที่ชฎาคลินิก เราดำเนินงานด้วยหลักการเปรียบเสมือนห้องเสื้อชั้นสูง ที่ตัดเย็บเสื้อผ้าขึ้นมาอย่างประณีต สำหรับสรีระของคนคนเดียวเท่านั้น การฟิลเลอร์จึงเป็นงานคราฟต์ที่ผสมผสานทั้งศาสตร์ทางการแพทย์ขั้นสูง และศิลปะของการจัดวางมิติแสงและเงาอย่างมีรสนิยม

ความประณีตด้วยเทคนิค "Original-based Anatomy Approach"

ในคนอายุน้อย กล้ามเนื้อใบหน้าและการแสดงสีหน้า จะมีความแอคทีฟสูงมาก หากฟิลเลอร์โดยไม่คำนึงถึงแรงดึงของกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวเวลาพูดหรือหัวเราะ อาจทำให้ฟิลเลอร์ดูโป่งพองหรือเป็นก้อนแข็งเมื่อขยับใบหน้า

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ ทีมแพทย์ที่ชฎาคลินิก จึงใช้เทคนิคเฉพาะตัวอย่าง "Micro-touch" ในการประเมินและวางตำแหน่งโมเลกุลสารเติมเต็ม อย่างละเอียดละออทีละมิลลิเมตร แพทย์จะทำการพิจารณาทิศทางการขยับของมัดกล้ามเนื้อ มิติของแสงเงาที่ตกกระทบใบหน้าในมุมต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ผสานไปกับชั้นเนื้อเยื่อได้อย่างกลมกลืน ช่วยให้เวลาที่คุณแสดงความรู้สึก ยิ้มแย้ม หรือพูดคุย ใบหน้าจะดูพลิ้วไหว นุ่มนวล และสดใสเป็นธรรมชาติที่สุด โดยไม่มีอาการบวมช้ำหรือเป็นก้อนที่สังเกตเห็นได้ชัด

มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดเพื่อปกป้องเยาวชนและคนรุ่นใหม่

ด้วยความนิยมในตลาดหัตถการความงามที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีผู้ไม่หวังดีนำสารเติมเต็มปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน (เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟินที่ไม่สามารถสลายตัวได้) รวมถึงหมอกระเป๋าที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ เข้ามาแอบอ้างให้บริการในราคาที่ถูกจนผิดปกติ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับเยาวชน ที่อาจยังมีงบประมาณจำกัดและยังขาดข้อมูลที่เพียงพอ

ชฎาคลินิก ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการตรวจสอบความปลอดภัย โดยเรายินดีและรณรงค์ให้ผู้เข้ารับบริการและผู้ปกครอง ทำการตรวจสอบกล่องผลิตภัณฑ์ร่วมกับแพทย์ก่อนทำการรักษาทุกครั้ง

  • ตรวจสอบสติกเกอร์และซีลปิดกล่อง ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์และไม่มีการเปิดใช้มาก่อนหน้า

  • การแกะกล่องและเตรียมยาต่อหน้าผู้รับบริการ เพื่อยืนยันความโปร่งใสของตัวยาและอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ใช้

  • สแกน QR Code ตรวจสอบของแท้ สามารถทำการตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน หรือระบบตรวจสอบของผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของแท้ที่ผ่าน อย. และมีความปลอดภัยสูงสุด

คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการเริ่มฉีดฟิลเลอร์

  • การฉีดฟิลเลอร์ตั้งแต่อายุน้อย จะทำให้เนื้อเยื่อผิวเสียในระยะยาวไหม?

หากเลือกใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) แท้ที่ผ่าน อย. และได้รับการดูแลโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ สารเติมเต็มนี้จะไม่ทำลายโครงสร้างผิวหนัง หรือเนื้อเยื่อธรรมชาติใต้ผิวเลย เนื่องจากเป็นสารสังเคราะห์ที่เลียนแบบโมเลกุลธรรมชาติในร่างกาย ซึ่งจะค่อย ๆ สลายตัวไปเอง 100% โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง ในทางกลับกัน คุณสมบัติในการอุ้มน้ำของตัวยา จะช่วยบำรุงให้ผิวในบริเวณนั้นมีความนุ่มชุ่มชื้นและยืดหยุ่นดียิ่งขึ้นในระยะยาว

  • ถ้าอายุยังไม่ถึง 18 ปี แต่อยากฉีดใต้ตาเพราะเป็นภูมิแพ้ทำได้ไหม?

ในแง่การแพทย์สามารถทำได้ เพื่อแก้ไขปัญหาใต้ตาหมองคล้ำ ที่ส่งผลต่อความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ในแง่กฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพ ผู้รับบริการจำเป็นต้องมีผู้ปกครองให้ความยินยอม ลงนามรับทราบ และพามาเข้ารับบริการด้วยตนเองที่คลินิก เพื่อการประเมินและการตัดสินใจร่วมกันอย่างรอบด้านและปลอดภัยที่สุด

ก้าวแรกแห่งความมั่นใจอย่างยั่งยืน

การตัดสินใจดูแลตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อยไม่ใช่เรื่องผิด แต่คือหนึ่งในความใส่ใจ ที่ต้องการพัฒนาบุคลิกภาพและความมั่นใจของตนเอง ทว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ การเริ่มต้นบนพื้นฐานของความปลอดภัย ข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้อง และความเข้าใจในเสน่ห์เฉพาะตัว การฉีดฟิลเลอร์ที่ประณีตจึงไม่ใช่การเปลี่ยนใบหน้าให้ไปเหมือนใคร แต่คือการประคองโครงสร้างเดิม ให้สมบูรณ์ขึ้นอย่างพอดิบพอดี

หากคุณและผู้ปกครอง พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การดูแลภาพลักษณ์ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และเน้นการรังสรรค์ความงาม ที่เป็นธรรมชาติในแบบฉบับเฉพาะตัว สามารถนัดหมายเพื่อเข้ามาพูดคุย และรับคำปรึกษาอย่างละเอียด จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ ชฎาคลินิก (CHADA CLINIC) สยามสแควร์วัน ชั้น 3 เพื่อให้ก้าวแรกสู่โลกแห่งหัตถการของคุณ เป็นก้าวที่สง่างาม มั่นใจ และปลอดภัยที่สุด

แหล่งอ้างอิงข้อมูล (References):

The Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology (JCAD): Non-Surgical Facial Rejuvenation in Young Adults: Safety and Efficacy of Hyaluronic Acid Fillers.

American Society of Plastic Surgeons (ASPS): Dermal Fillers Guide: Age Requirements, Safety Protocols, and Patient Consent Guidelines.

Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology: Skeletal Bone Maturity and Its Impact on Facial Injectable Placement and Longevity in Young Demographics.

Previous
Previous

ฟิลเลอร์ vs โบริ้วรอย vs สกินบูสเตอร์ มือใหม่เลือกอะไรก่อนดี?

Next
Next

เตรียมตัวก่อนทำฟิลเลอร์ครั้งแรก เตรียมกาย-เตรียมผิวให้พร้อม