[e-voucher] โปรแกรม Radiesse® CaHA | โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มเพื่อโครงหน้าและคุณภาพผิว

Sale Price: THB 25,000.00 Original Price: THB 50,000.00

Radiesse® คือโปรแกรมฉีดสารเติมเต็มชนิด Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA ซึ่งเป็นไมโครสเฟียร์ของแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์แขวนอยู่ในเจล carrier ที่มี sodium carboxymethylcellulose เป็นส่วนประกอบหลัก กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ถูกใช้ในเวชศาสตร์ความงามเพื่อช่วยเติมเต็มโครงสร้างผิว และเป็นหนึ่งในกลุ่ม biostimulator ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการกระตุ้น fibroblast ซึ่งมีบทบาทต่อการสร้างคอลลาเจนและสุขภาพผิว

Radiesse® เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหา วอลุ่มผิวลดลง ร่องลึก โครงหน้าดูไม่ชัด หรือผิวมีความหย่อนคล้อยบางตำแหน่งโดยแพทย์จะประเมินสภาพผิว โครงหน้า ชั้นไขมันเดิม ความยืดหยุ่นของผิว และตำแหน่งที่เหมาะสมก่อนวางแผนการรักษา เพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมดุลกับใบหน้าและไม่เปลี่ยนเอกลักษณ์เดิมมากเกินไป

ในเอกสารกำกับของสหรัฐฯ Radiesse® มีข้อบ่งใช้สำหรับการแก้ไขร่องลึกปานกลางถึงมาก เช่น nasolabial folds, การแก้ไขสัญญาณ facial lipoatrophy ในผู้ติดเชื้อ HIV, การเสริมบริเวณหลังมือ และการแก้ไขริ้วรอยบริเวณ décolleté ในผู้ป่วยอายุ 22 ปีขึ้นไปเมื่อเจือจางตามสัดส่วนที่กำหนด ทั้งนี้ การสื่อสารในประเทศไทยควรอ้างอิงข้อบ่งใช้ที่ได้รับอนุญาตในประเทศและดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษาเสมอ

จุดเด่นของ Radiesse® CaHA

Radiesse® ไม่ใช่สารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ HA แบบทั่วไป แต่เป็น CaHA biostimulator ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยพยุงโครงสร้างผิวและส่งเสริมกระบวนการทำงานของเซลล์ผิวบางส่วนผ่าน fibroblast activity กลไกนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างส่วนประกอบของ extracellular matrix เช่น collagen และ elastin ตามที่มีการอธิบายในข้อมูลทางวิชาการของผลิตภัณฑ์และวรรณกรรมทางการแพทย์

เหมาะกับการดูแลปัญหา เช่น
• ร่องลึกหรือร่องพับที่เห็นชัดขึ้นตามวัย
• โครงหน้าเริ่มขาดความคมชัด
• วอลุ่มผิวลดลงในบางตำแหน่ง
• ผิวบริเวณที่ต้องการการประเมินเชิงโครงสร้าง เช่น แก้ม กรอบหน้า คาง หรือหลังมือ
• ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ ดูกลมกลืนกับผิวเดิม

ผลลัพธ์และระยะเวลาการคงอยู่แตกต่างกันตามบุคคล ขึ้นกับสภาพผิว อายุ โครงสร้างใบหน้า เทคนิคการฉีด ปริมาณที่ใช้ และการดูแลหลังทำ

ใครเหมาะกับโปรแกรม Radiesse®?

โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาเชิงโครงสร้างของใบหน้าและคุณภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าใบหน้าดูโทรมลง ร่องลึกชัดขึ้น หรือกรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม แต่ยังต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับสัดส่วนใบหน้าเดิม

ก่อนทำ แพทย์ควรประเมินประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ภาวะเลือดออกง่าย ประวัติทำหัตถการเดิม และตำแหน่งที่ต้องการฉีด เนื่องจากเอกสารกำกับระบุข้อห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง ภาวะแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ และภาวะเลือดออกผิดปกติ

ขั้นตอนการรับบริการ

  1. ปรึกษาและประเมินใบหน้าโดยแพทย์
    แพทย์วิเคราะห์โครงหน้า ชั้นผิว และตำแหน่งที่เหมาะสมต่อการฉีด

  2. วางแผนปริมาณและตำแหน่งฉีด
    แต่ละเคสใช้ปริมาณและเทคนิคต่างกันตามสภาพผิวและเป้าหมายของผู้รับบริการ

  3. ทำความสะอาดและเตรียมผิวก่อนหัตถการ
    ใช้หลักปลอดเชื้อตามมาตรฐานการฉีด

  4. ฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้าน anatomy
    การฉีดสารเติมเต็มต้องอาศัยความเข้าใจโครงสร้างใบหน้า เส้นเลือด เส้นประสาท และชั้นเนื้อเยื่ออย่างละเอียด

  5. ติดตามผลและให้คำแนะนำหลังทำ
    หลังฉีดอาจมีรอยแดง บวม ช้ำ กดเจ็บ หรือคลำได้เป็นก้อนบริเวณฉีดในบางราย ซึ่งเป็นอาการที่รายงานได้ในกลุ่มสารเติมเต็ม รวมถึง Radiesse®

การดูแลหลังทำ

หลังรับบริการ ควรหลีกเลี่ยงการนวด กด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดโดยไม่จำเป็น งดความร้อนจัด ซาวน่า การออกกำลังกายหนัก และการโดนแดดจัดในช่วงแรกตามคำแนะนำของแพทย์ เอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ยังระบุให้ผู้รับบริการลดกิจกรรมหนักและลดการสัมผัสแดดหรือความร้อนบริเวณที่รักษาประมาณ 24 ชั่วโมง หรือจนกว่าอาการบวมแดงเริ่มต้นจะดีขึ้น

ความเสี่ยงและข้อควรรู้

การฉีดสารเติมเต็มทุกชนิดมีความเสี่ยง จึงควรทำโดยแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมและเข้าใจ anatomy ของบริเวณฉีด เอกสารกำกับ Radiesse® ระบุคำเตือนสำคัญว่า หากผลิตภัณฑ์เข้าสู่หลอดเลือด อาจเกิดภาวะอุดตัน การขาดเลือด หรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ความผิดปกติของการมองเห็น ผิวหนังขาดเลือด หรือความเสียหายต่อโครงสร้างใต้ผิวได้ แม้จะพบไม่บ่อย แต่ต้องเฝ้าระวังและจัดการอย่างรวดเร็ว

ไม่ควรรับบริการหาก มีการติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณที่จะฉีด มีประวัติแพ้รุนแรง มีภาวะเลือดออกผิดปกติ ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคประจำตัว/ยาที่ใช้อยู่ซึ่งแพทย์เห็นว่ายังไม่เหมาะสม

Radiesse® คือโปรแกรมฉีดสารเติมเต็มชนิด Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA ซึ่งเป็นไมโครสเฟียร์ของแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์แขวนอยู่ในเจล carrier ที่มี sodium carboxymethylcellulose เป็นส่วนประกอบหลัก กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ถูกใช้ในเวชศาสตร์ความงามเพื่อช่วยเติมเต็มโครงสร้างผิว และเป็นหนึ่งในกลุ่ม biostimulator ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการกระตุ้น fibroblast ซึ่งมีบทบาทต่อการสร้างคอลลาเจนและสุขภาพผิว

Radiesse® เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหา วอลุ่มผิวลดลง ร่องลึก โครงหน้าดูไม่ชัด หรือผิวมีความหย่อนคล้อยบางตำแหน่งโดยแพทย์จะประเมินสภาพผิว โครงหน้า ชั้นไขมันเดิม ความยืดหยุ่นของผิว และตำแหน่งที่เหมาะสมก่อนวางแผนการรักษา เพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมดุลกับใบหน้าและไม่เปลี่ยนเอกลักษณ์เดิมมากเกินไป

ในเอกสารกำกับของสหรัฐฯ Radiesse® มีข้อบ่งใช้สำหรับการแก้ไขร่องลึกปานกลางถึงมาก เช่น nasolabial folds, การแก้ไขสัญญาณ facial lipoatrophy ในผู้ติดเชื้อ HIV, การเสริมบริเวณหลังมือ และการแก้ไขริ้วรอยบริเวณ décolleté ในผู้ป่วยอายุ 22 ปีขึ้นไปเมื่อเจือจางตามสัดส่วนที่กำหนด ทั้งนี้ การสื่อสารในประเทศไทยควรอ้างอิงข้อบ่งใช้ที่ได้รับอนุญาตในประเทศและดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษาเสมอ

จุดเด่นของ Radiesse® CaHA

Radiesse® ไม่ใช่สารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ HA แบบทั่วไป แต่เป็น CaHA biostimulator ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยพยุงโครงสร้างผิวและส่งเสริมกระบวนการทำงานของเซลล์ผิวบางส่วนผ่าน fibroblast activity กลไกนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างส่วนประกอบของ extracellular matrix เช่น collagen และ elastin ตามที่มีการอธิบายในข้อมูลทางวิชาการของผลิตภัณฑ์และวรรณกรรมทางการแพทย์

เหมาะกับการดูแลปัญหา เช่น
• ร่องลึกหรือร่องพับที่เห็นชัดขึ้นตามวัย
• โครงหน้าเริ่มขาดความคมชัด
• วอลุ่มผิวลดลงในบางตำแหน่ง
• ผิวบริเวณที่ต้องการการประเมินเชิงโครงสร้าง เช่น แก้ม กรอบหน้า คาง หรือหลังมือ
• ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ ดูกลมกลืนกับผิวเดิม

ผลลัพธ์และระยะเวลาการคงอยู่แตกต่างกันตามบุคคล ขึ้นกับสภาพผิว อายุ โครงสร้างใบหน้า เทคนิคการฉีด ปริมาณที่ใช้ และการดูแลหลังทำ

ใครเหมาะกับโปรแกรม Radiesse®?

โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาเชิงโครงสร้างของใบหน้าและคุณภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าใบหน้าดูโทรมลง ร่องลึกชัดขึ้น หรือกรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม แต่ยังต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับสัดส่วนใบหน้าเดิม

ก่อนทำ แพทย์ควรประเมินประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ภาวะเลือดออกง่าย ประวัติทำหัตถการเดิม และตำแหน่งที่ต้องการฉีด เนื่องจากเอกสารกำกับระบุข้อห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง ภาวะแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ และภาวะเลือดออกผิดปกติ

ขั้นตอนการรับบริการ

  1. ปรึกษาและประเมินใบหน้าโดยแพทย์
    แพทย์วิเคราะห์โครงหน้า ชั้นผิว และตำแหน่งที่เหมาะสมต่อการฉีด

  2. วางแผนปริมาณและตำแหน่งฉีด
    แต่ละเคสใช้ปริมาณและเทคนิคต่างกันตามสภาพผิวและเป้าหมายของผู้รับบริการ

  3. ทำความสะอาดและเตรียมผิวก่อนหัตถการ
    ใช้หลักปลอดเชื้อตามมาตรฐานการฉีด

  4. ฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้าน anatomy
    การฉีดสารเติมเต็มต้องอาศัยความเข้าใจโครงสร้างใบหน้า เส้นเลือด เส้นประสาท และชั้นเนื้อเยื่ออย่างละเอียด

  5. ติดตามผลและให้คำแนะนำหลังทำ
    หลังฉีดอาจมีรอยแดง บวม ช้ำ กดเจ็บ หรือคลำได้เป็นก้อนบริเวณฉีดในบางราย ซึ่งเป็นอาการที่รายงานได้ในกลุ่มสารเติมเต็ม รวมถึง Radiesse®

การดูแลหลังทำ

หลังรับบริการ ควรหลีกเลี่ยงการนวด กด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดโดยไม่จำเป็น งดความร้อนจัด ซาวน่า การออกกำลังกายหนัก และการโดนแดดจัดในช่วงแรกตามคำแนะนำของแพทย์ เอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ยังระบุให้ผู้รับบริการลดกิจกรรมหนักและลดการสัมผัสแดดหรือความร้อนบริเวณที่รักษาประมาณ 24 ชั่วโมง หรือจนกว่าอาการบวมแดงเริ่มต้นจะดีขึ้น

ความเสี่ยงและข้อควรรู้

การฉีดสารเติมเต็มทุกชนิดมีความเสี่ยง จึงควรทำโดยแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมและเข้าใจ anatomy ของบริเวณฉีด เอกสารกำกับ Radiesse® ระบุคำเตือนสำคัญว่า หากผลิตภัณฑ์เข้าสู่หลอดเลือด อาจเกิดภาวะอุดตัน การขาดเลือด หรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ความผิดปกติของการมองเห็น ผิวหนังขาดเลือด หรือความเสียหายต่อโครงสร้างใต้ผิวได้ แม้จะพบไม่บ่อย แต่ต้องเฝ้าระวังและจัดการอย่างรวดเร็ว

ไม่ควรรับบริการหาก มีการติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณที่จะฉีด มีประวัติแพ้รุนแรง มีภาวะเลือดออกผิดปกติ ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคประจำตัว/ยาที่ใช้อยู่ซึ่งแพทย์เห็นว่ายังไม่เหมาะสม