คืนชีพเซลล์สร้างคอลลาเจน นวัตกรรมฟื้นฟูผิวชั้นลึก ผิววัย 40+ ที่เริ่มฝ่อตัวและบางลง

เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 40 ปีบริบูรณ์เป็นต้นไป

การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาของร่างกาย และโครงสร้างผิวพรรณ จะเริ่มปรากฏเด่นชัดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ แม้ว่าคุณจะเป็นผู้ที่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี มีการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนประโคมทาสกินแคร์บำรุงผิวสูตรพรีเมียมอยู่เสมอ แต่ภาพสะท้อนในกระจกก็อาจยังคงแสดงให้เห็นถึงสัญญาณแห่งความร่วงโรยที่สลักลึกขึ้นเรื่อย ๆ

ผิวพรรณเริ่มสูญเสียความหนาแน่นและมีสภาวะ ผิวฝ่อตัว วัย 40 ที่ทำให้ใบหน้าดู ซูบแห้งลง เนื้อผิวเริ่มบางลง (Skin Thinning) จนบีบตัวพับ เกิดริ้วรอยย่นขนาดเล็กได้ง่าย ปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ มีสาเหตุที่หยั่งรากลึก เกินกว่าที่สกินแคร์ทั่วไปจะซึมซาบเข้าไปแก้ไขได้ เนื่องจากเป็นสัญญาณสะท้อนความเสื่อมถอยตามวัยของ "เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts)" ซึ่งเปรียบเสมือนโรงงานหลักในการสังเคราะห์คอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง

ชฎาคลินิก (CHADA CLINIC)

เราดำเนินงานด้วยความยึดมั่นภายใต้อัตลักษณ์และแนวคิด "Thai-crafted Aesthetics" โดยเชื่อมั่นว่าการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์อย่างมีระดับ ให้แก่คนวัย 40+ ไม่ใช่กระบวนการแบบอุตสาหกรรมความงาม ที่เน้นการอัดสารเติมเต็ม พอกทับชั้นผิวชั้นนอก ให้ตึงแน่นอูมโตอย่างไร้มิติ (ซึ่งมักลงเอยด้วยสภาวะใบหน้าบวมล้นผิดธรรมชาติ) แต่หัวใจสำคัญคือ การย้อนกลับไปทำความเข้าใจสรีรวิทยาและ "คืนชีพ" กระตุ้นกลไกการทำงาน ของเซลล์สร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติใต้ชั้นผิว ให้ฟื้นกลับมาทำหน้าที่ของตนเองอีกครั้ง การพยุงผิวที่ ชฎาคลินิก จึงเริ่มต้นจากความประณีตในการประเมินความหนาแน่นของเกราะป้องกันผิวพรรณ และการวางแผนรักษาที่ปลอดภัย ตรงจุด และสอดรับกับอัตลักษณ์เฉพาะตัวของคนไข้แต่ละรายอย่างแท้จริง

วิทยาศาสตร์เบื้องหลังผิววัย 40+ ทำไมผิวจึงบางลง ฝ่อตัว และขาดความหยืดหยุ่น?

ผิวหนังของมนุษย์เรา ไม่ได้เป็นเพียงเนื้อเยื่อที่เรียบเนียนชั้นเดียว แต่ประกอบด้วยโครงข่ายที่ซับซ้อนของเซลล์และเส้นใยโปรตีนใต้ชั้นผิว เมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่วัยเลข 4 ระบบการทำงานภายในผิว จะเกิดการเสื่อมสลายในระดับโครงสร้างลึกอย่างรวดเร็ว

บทบาทสำคัญของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts)

ในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) จะมีเซลล์ต้นกำเนิดที่ชื่อว่า "ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts)" ทำหน้าที่เปรียบเสมือนวิศวกรผู้ดูแลโครงสร้างผิว โดยทำหน้าที่หลักในการผลิตคอลลาเจน (Collagen) เส้นใยอิลาสติน (Elastin) และสารอุ้มน้ำธรรมชาติอย่างกรดไฮยาลูรอนิก เพื่อประสานและถักทอเข้าด้วยกันเป็นโครงข่ายตาข่ายพยุงผิว คอยโอบอุ้มให้ผิวมีความหนาแน่น ยืดหยุ่น แข็งแรง และกระชับตัวเรียบเนียน

กลไกการถดถอยและสลายตัวตามวัย

หลังจากอายุ 25 ปีเป็นต้นไป อัตราการสร้างคอลลาเจนของร่างกายจะลดลงเฉลี่ยปีละ 1 - 1.5%  และเมื่อก้าวเข้าสู่วัย 40 ปีขึ้นไป อัตราการลดลงนี้จะเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการสะสมของอนุมูลอิสระจากมลภาวะและรังสี UV ส่งผลให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ เริ่มเข้าสู่สภาวะแก่ตัวและอ่อนล้าลง (Cellular Senescence) ส่งผลให้กระบวนการผลิต คอลลาเจน ผิว 40 เสื่อมถอยลงอย่างรุนแรง โครงสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 (Type I) ที่ทำหน้าที่สร้างความแข็งแรง และคอลลาเจนชนิดที่ 3 (Type III) ที่มอบความยืดหยุ่นนุ่มนวลจะสลายตัวลงเร็วกว่าการสร้างใหม่ 

นอกจากนี้ เส้นใยอิลาสติน จะเริ่มเสื่อมสภาพและพันกันอย่างไม่เป็นระเบียบ หรือเรียกว่าภาวะเนื้อผิวฝ่อขาดความหยุ่นยืด (Elastosis) ส่งผลให้ชั้นผิวหนังแท้บางตัวลง (Skin Thinning) สูญเสียความหนาแน่นภายใน ผิวจึงเกิดลักษณะยุบตัว เป็นแอ่งพับริ้วรอบจุดพยุงตามกรอบหน้า ขาดสปริงตัว และแสดงให้เห็นถึงความร่วงโรยอย่างเห็นได้ชัด

นวัตกรรมฟื้นฟูผิวชั้นลึก กระตุ้นคอลลาเจนธรรมชาติคืนสู่เซลล์ผิว

ในแวดวงการแพทย์ผิวหนังและการย้อนวัยในปัจจุบัน แนวทางการรักษาได้พัฒนาข้ามผ่านยุคของการฉีดสารเพื่อเติมเต็มวอลลุ่มชั่วคราว ไปสู่ยุคของ "เวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อมตามวัย (Regenerative Aesthetics)" ซึ่งพุ่งเป้าไปที่การกระตุ้นให้ร่างกาย สร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนของตนเองขึ้นมาใหม่ ด้วยการใช้สารกลุ่มชีวภาพกระตุ้นเซลล์เฉพาะจุด

ทำความรู้จักสารกลุ่มคอลลาเจนไบโอสติมูเลเตอร์ (Collagen Biostimulator)

นวัตกรรมการแพทย์กลุ่มนี้ เปรียบเสมือนผู้ส่งสารระดับโมเลกุล แพทย์จะทำการส่งผ่านสารเติมเต็มประเภทชีวภาพและสารบำรุงขั้นสูง ที่มีความเข้ากันได้ทางชีวภาพและสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ (เช่น สารกลุ่ม PDLLA, PLLA, CaHA หรือกลุ่มสาร Polynucleotide/PN ที่สกัดจากดีเอ็นเอปลาแซลมอน) ลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้ตอนล่าง หรือชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Layer) อย่างแม่นยำ เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวเหนี่ยวนำปฏิกิริยาฟื้นบำรุงในระดับเซลล์

กลไกการปลุกการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์

เมื่อสารชีวภาพพยุงผิวเหล่านี้ ถูกนำส่งลงลึกสู่ชั้นสรีระผิวที่ถูกต้อง ตัวอนุภาคขนาดเล็ก จะเข้าไปกระตุ้นและส่งสัญญาณชีวเคมีอย่างอ่อนโยน เพื่อสั่งให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ ที่ล้าตัวและอ่อนแอใต้ผิว กลับมาตื่นตัวและเริ่มต้นกระบวนการ ทำหัตถการสังเคราะห์โปรตีนคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) รวมถึงสร้างเส้นใยอิลาสตินขึ้นมา ถักทอผิวพรรณอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง 


ผลลัพธ์จากการฟื้นบำรุงโครงสร้างลึกอย่างละเมียดละไม

ความโดดเด่นของนวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจนรูปแบบใหม่นี้ คือการฟื้นคืนชีพความสมบูรณ์ของผิวพรรณจากฐานรากภายในอย่างแท้จริง

  • ชั้นผิวหนาตัวขึ้นแข็งแรง โครงสร้างชั้นผิวหนังแท้จะค่อย ๆ คืนความหนาแน่นและกระชับตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดเลือนปัญหาผิวบางและพับง่าย 

  • คืนสปริงและความหยุ่นยืด ผิวจะกลับมาอิ่มฟู นุ่มนวล สัมผัสยืดหยุ่น มีสปริงเด้งรับน้ำหนักได้ดี ริ้วรอยเล็ก ๆ ทั่วใบหน้าจางลงอย่างเห็นได้ชัด

  • ผลลัพธ์ยั่งยืนยาวนาน เนื่องจากเป็นการสร้างเนื้อเยื่อของตนเองขึ้นมาใหม่ ผลลัพธ์ความอ่อนเยาว์และเรียบเนียนละเอียด จึงมีความกลมกลืนไปกับธรรมชาติของกล้ามเนื้อ และคงอยู่ได้ยาวนานเป็นปี โดยปราศจากปัญหาหน้าตึงแข็งหรือดูขัดตา 

รังสรรค์ความอ่อนเยาว์อย่างละเมียดละไมสไตล์ "Thai-crafted Aesthetics" ที่ชฎาคลินิก

คนไข้ในกลุ่มวัยทำงานระดับบริหาร และผู้รับบริการที่มองหาความประณีตระดับสูง ย่อมต้องการความละเอียดลออในการประเมินและการรักษา เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดรบกวนการดำเนินชีวิต ชฎาคลินิก จึงออกแบบกระบวนการฟื้นฟูผิว ให้ตอบโจทย์กับปัญหาของคนไข้แต่ละราย เสมือนงานประดิษฐ์ชั้นสูงจากช่างฝีมือผู้ชำนาญ

ความโปร่งใส ซื่อสัตย์ และมาตรฐานความปลอดภัยสากล

หนึ่งในหัวใจสำคัญ ที่เรายึดมั่นและส่งมอบให้แก่คนไข้ทุกคนเสมอมา คัดสรรและควบคุมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคือเรื่องของ "ความจริงใจในวิชาชีพแพทย์" เราสนับสนุนสิทธิการรับทราบข้อมูล และความปลอดภัยสูงสุดของคนไข้ใหม่ด้วยมาตรฐานระดับสูง

  • การสาธิตตัวยาต่อหน้า แพทย์และผู้ช่วยจะทำการแกะกล่องผลิตภัณฑ์ แสดงการดึงตัวยา และเปิดซีลต่าง ๆ ต่อหน้าคนไข้ทุกครั้ง เพื่อให้คนไข้มั่นใจในความสะอาดบริสุทธิ์ของตัวยา

  • การตรวจสอบสติกเกอร์แท้และสแกน QR Code คนไข้สามารถทำการสแกนตรวจสอบหมายเลขล็อตผลิตภัณฑ์ (Lot Number) และสแกนรหัสแท้ ผ่านระบบตรวจสอบของบริษัทผู้นำเข้า อย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันว่าสารบำรุงผิวทุกหยด ที่เติมเข้าสู่ใบหน้าเป็นยาแท้แบรนด์ระดับพรีเมียม ที่นำเข้าอย่างถูกต้องตามเกณฑ์ อย. ไทย และผ่านการดูแลรักษาอุณหภูมิตามมาตรฐานสากล

การวิเคราะห์มิติผิวพรรณด้วยเทคนิค "Original-based Anatomy Approach"

โครงสร้างความหนาแน่นของคอลลาเจน ความตึงตัวของเกราะป้องกันผิว และทิศทางการแสดงสีหน้าของคนไข้อายุ 40 - 50 ปีขึ้นไป มีสภาวะความอ่อนไหวที่ไม่เหมือนกัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ ชฎาคลินิก จึงเลือกใช้เทคนิคเฉพาะตัวอย่าง "Original-based Anatomy Approach" เพื่อประเมินสรีรวิทยาใต้ผิวหนังอย่างละเอียดประณีต แพทย์จะใช้การตรวจวิเคราะห์ ระดับความหนาแน่นของเนื้อเยื่อ และการเคลื่อนตัวของกล้ามเนื้อเวลาพูดและยิ้ม เพื่อกำหนดระดับความลึกและปริมาณยาสารกระตุ้นคอลลาเจน ให้เหมาะสมในระดับมิลลิเมตร ช่วยให้สารบำรุงกระจายตัว พยุงโครงสร้างผิวได้อย่างกลมกลืน ไร้ปัญหายาจับตัวเป็นก้อนหนาเตอะใต้ชั้นผิว

การทำหัตถการที่เบามือและไร้รอยช้ำทรมานใจ

ในกระบวนการฉีดสกินบูสเตอร์ หรือสารเติมเต็มพยุงโครงสร้างลึก แพทย์จะเลือกใช้เทคนิคเข็มปลายทู่ (Micro-cannula) ที่มีความอ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างสูงสุด  ช่วยเลี่ยงเส้นเลือดแดงและเส้นประสาทใต้ผิวหนังได้อย่างยอดเยี่ยม หลังเสร็จสิ้นขั้นตอน คนไข้จึงสัมผัสได้ถึงอาการบวมและรอยแดงที่มีน้อยมาก แทบไม่มีอาการเขียวช้ำรบกวนใจ สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงานระดับบริหาร หรือเดินทางไปเดินเล่นช็อปปิ้งต่อในย่านสยามสแควร์ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านช่วงเวลาพักฟื้นที่น่าอึดอัดใจ

ไขข้อข้องใจยอดฮิตของการกระตุ้นคอลลาเจนผิววัย 40+

การฉีดกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) แตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร?

ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ (Filler) คือการใช้สารไฮยาลูรอนิกแอซิด ที่มีลักษณะเป็นเจลเข้มข้นฉีดเข้าไปชดเชยกระดูกหรือเนื้อเยื่อที่ฝ่อตัว เพื่อสร้างปริมาตร (Volume) และให้ผลยกพยุงผิวขึ้นทันทีหลังทำ ในขณะที่นวัตกรรมการฉีดกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) จะเป็นการส่งผ่านสารชีวภาพ เข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวนำส่งสัญญาณ เพื่อปลุกการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ดั้งเดิมใต้ชั้นผิวพรรณ สั่งให้ร่างกายกลับมาสร้างเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสติน เพื่อเพิ่มความหนาแน่นและพยุงโครงสร้างผิว ขึ้นมาด้วยตนเองอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความละมุน เรียบเนียน กลมกลืนไปกับสรีระ และคงอยู่ได้อย่างยาวนานตามธรรมชาติ

หากเป็นคนที่มีผิวบางมาก ๆ และระคายเคืองง่ายมากในวัย 40+ สามารถรับหัตถการนี้ได้ไหม?

สามารถทำได้อย่างปลอดภัย และเป็นสิ่งที่แนะนำอย่างยิ่งทางการแพทย์ เนื่องจากปัญหาผิวบาง บอบบาง และแพ้ง่าย เกิดจากการที่คอลลาเจนและชั้นผิวหนังแท้ลดความหนาแน่นลง เกราะป้องกันผิวพรรณจึงอ่อนแอและไวต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก การเข้ารับบริการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวลึก จะเข้าไปช่วยเติมเต็มและเพิ่มความหนาตัวให้แก่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermal Thickness) ช่วยให้กำแพงผิวพรรณกลับมาหนาแน่น แข็งแรง ทนทาน และลดอาการแพ้ง่าย แสบแดง หรือลอกเป็นขุยในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

สุนทรียภาพแห่งการย้อนวัยอย่างสง่างามและปลอดภัย

ความร่วงโรยและความเหนื่อยล้าของผิวพรรณในวัย 40 ปีขึ้นไป ที่เริ่มฝ่อตัวและบางลง ไม่จำเป็นต้องแก้ไขด้วยกระบวนการตึงรั้งผิวชั้นนอก จนเสียสัดส่วนธรรมชาติ หากเราหันมาทำความเข้าใจสรีรวิทยาผิวพรรณและใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมการฟื้นคืนชีพเซลล์ สร้างคอลลาเจนธรรมชาติใต้ชั้นผิว อย่างประณีตและถูกวิธี

หากคุณกำลังมองหาแนวทางการดูแลผิว และฟื้นบำรุงโครงสร้างใบหน้าลึกที่ประณีต ละเมียดละไม และปลอดภัยสูงสุด สามารถนัดหมายเข้ามาปรึกษา พูดคุย แลกเปลี่ยนแผนการรักษา และร่วมออกแบบความอ่อนเยาว์อย่างเป็นส่วนตัวกั บแพทย์ที่มีประสบการณ์ของเราได้ที่ ชฎาคลินิก (CHADA CLINIC) ณ สยามสแควร์วัน ชั้น 3 เพื่อให้ผิวพรรณของคุณ ได้รับการดูแลเสมือนงานศิลปะชิ้นเอก ที่สะท้อนความเป็นตัวคุณในเวอร์ชันที่ดีที่สุดในทุกมิติ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล (References):

Dermatologic Surgery Journal (2022): Senescence of Fibroblasts in Aging Skin: Molecular Mechanisms and Regenerative Therapies using Collagen Biostimulators.

The Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology (JCAD): Restoring Dermal Thickness and Elasticity through Poly-L-Lactic Acid (PLLA) and Polynucleotide (PN) Injections.

American Journal of Cosmetic Surgery (2023): Neocollagenesis in Fitzpatrick Skin Types III-V: Clinical Safety and Efficacy of Modern Biostimulatory Agents.

[e-voucher] โปรแกรม Radiesse® CaHA | โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มเพื่อโครงหน้าและคุณภาพผิว [e-voucher] โปรแกรม Radiesse® CaHA | โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มเพื่อโครงหน้าและคุณภาพผิว
Sale
Quick View
[e-voucher] โปรแกรม Radiesse® CaHA | โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มเพื่อโครงหน้าและคุณภาพผิว
Sale Price: THB 24,900.00 Original Price: THB 50,000.00

Radiesse® คือโปรแกรมฉีดสารเติมเต็มชนิด Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA ซึ่งเป็นไมโครสเฟียร์ของแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์แขวนอยู่ในเจล carrier ที่มี sodium carboxymethylcellulose เป็นส่วนประกอบหลัก กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ถูกใช้ในเวชศาสตร์ความงามเพื่อช่วยเติมเต็มโครงสร้างผิว และเป็นหนึ่งในกลุ่ม biostimulator ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการกระตุ้น fibroblast ซึ่งมีบทบาทต่อการสร้างคอลลาเจนและสุขภาพผิว

Radiesse® เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหา วอลุ่มผิวลดลง ร่องลึก โครงหน้าดูไม่ชัด หรือผิวมีความหย่อนคล้อยบางตำแหน่งโดยแพทย์จะประเมินสภาพผิว โครงหน้า ชั้นไขมันเดิม ความยืดหยุ่นของผิว และตำแหน่งที่เหมาะสมก่อนวางแผนการรักษา เพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมดุลกับใบหน้าและไม่เปลี่ยนเอกลักษณ์เดิมมากเกินไป

ในเอกสารกำกับของสหรัฐฯ Radiesse® มีข้อบ่งใช้สำหรับการแก้ไขร่องลึกปานกลางถึงมาก เช่น nasolabial folds, การแก้ไขสัญญาณ facial lipoatrophy ในผู้ติดเชื้อ HIV, การเสริมบริเวณหลังมือ และการแก้ไขริ้วรอยบริเวณ décolleté ในผู้ป่วยอายุ 22 ปีขึ้นไปเมื่อเจือจางตามสัดส่วนที่กำหนด ทั้งนี้ การสื่อสารในประเทศไทยควรอ้างอิงข้อบ่งใช้ที่ได้รับอนุญาตในประเทศและดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษาเสมอ

จุดเด่นของ Radiesse® CaHA

Radiesse® ไม่ใช่สารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ HA แบบทั่วไป แต่เป็น CaHA biostimulator ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยพยุงโครงสร้างผิวและส่งเสริมกระบวนการทำงานของเซลล์ผิวบางส่วนผ่าน fibroblast activity กลไกนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างส่วนประกอบของ extracellular matrix เช่น collagen และ elastin ตามที่มีการอธิบายในข้อมูลทางวิชาการของผลิตภัณฑ์และวรรณกรรมทางการแพทย์

เหมาะกับการดูแลปัญหา เช่น
• ร่องลึกหรือร่องพับที่เห็นชัดขึ้นตามวัย
• โครงหน้าเริ่มขาดความคมชัด
• วอลุ่มผิวลดลงในบางตำแหน่ง
• ผิวบริเวณที่ต้องการการประเมินเชิงโครงสร้าง เช่น แก้ม กรอบหน้า คาง หรือหลังมือ
• ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ ดูกลมกลืนกับผิวเดิม

ผลลัพธ์และระยะเวลาการคงอยู่แตกต่างกันตามบุคคล ขึ้นกับสภาพผิว อายุ โครงสร้างใบหน้า เทคนิคการฉีด ปริมาณที่ใช้ และการดูแลหลังทำ

ใครเหมาะกับโปรแกรม Radiesse®?

โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาเชิงโครงสร้างของใบหน้าและคุณภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าใบหน้าดูโทรมลง ร่องลึกชัดขึ้น หรือกรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม แต่ยังต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับสัดส่วนใบหน้าเดิม

ก่อนทำ แพทย์ควรประเมินประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ภาวะเลือดออกง่าย ประวัติทำหัตถการเดิม และตำแหน่งที่ต้องการฉีด เนื่องจากเอกสารกำกับระบุข้อห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง ภาวะแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ และภาวะเลือดออกผิดปกติ

ขั้นตอนการรับบริการ

  1. ปรึกษาและประเมินใบหน้าโดยแพทย์
    แพทย์วิเคราะห์โครงหน้า ชั้นผิว และตำแหน่งที่เหมาะสมต่อการฉีด

  2. วางแผนปริมาณและตำแหน่งฉีด
    แต่ละเคสใช้ปริมาณและเทคนิคต่างกันตามสภาพผิวและเป้าหมายของผู้รับบริการ

  3. ทำความสะอาดและเตรียมผิวก่อนหัตถการ
    ใช้หลักปลอดเชื้อตามมาตรฐานการฉีด

  4. ฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้าน anatomy
    การฉีดสารเติมเต็มต้องอาศัยความเข้าใจโครงสร้างใบหน้า เส้นเลือด เส้นประสาท และชั้นเนื้อเยื่ออย่างละเอียด

  5. ติดตามผลและให้คำแนะนำหลังทำ
    หลังฉีดอาจมีรอยแดง บวม ช้ำ กดเจ็บ หรือคลำได้เป็นก้อนบริเวณฉีดในบางราย ซึ่งเป็นอาการที่รายงานได้ในกลุ่มสารเติมเต็ม รวมถึง Radiesse®

การดูแลหลังทำ

หลังรับบริการ ควรหลีกเลี่ยงการนวด กด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดโดยไม่จำเป็น งดความร้อนจัด ซาวน่า การออกกำลังกายหนัก และการโดนแดดจัดในช่วงแรกตามคำแนะนำของแพทย์ เอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ยังระบุให้ผู้รับบริการลดกิจกรรมหนักและลดการสัมผัสแดดหรือความร้อนบริเวณที่รักษาประมาณ 24 ชั่วโมง หรือจนกว่าอาการบวมแดงเริ่มต้นจะดีขึ้น

ความเสี่ยงและข้อควรรู้

การฉีดสารเติมเต็มทุกชนิดมีความเสี่ยง จึงควรทำโดยแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมและเข้าใจ anatomy ของบริเวณฉีด เอกสารกำกับ Radiesse® ระบุคำเตือนสำคัญว่า หากผลิตภัณฑ์เข้าสู่หลอดเลือด อาจเกิดภาวะอุดตัน การขาดเลือด หรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ความผิดปกติของการมองเห็น ผิวหนังขาดเลือด หรือความเสียหายต่อโครงสร้างใต้ผิวได้ แม้จะพบไม่บ่อย แต่ต้องเฝ้าระวังและจัดการอย่างรวดเร็ว

ไม่ควรรับบริการหาก มีการติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณที่จะฉีด มีประวัติแพ้รุนแรง มีภาวะเลือดออกผิดปกติ ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคประจำตัว/ยาที่ใช้อยู่ซึ่งแพทย์เห็นว่ายังไม่เหมาะสม

Previous
Previous

การจัดการปัญหาฝ้าและจุดด่างดำแห่งวัยอย่างอ่อนโยน โดยไม่ทำลายชั้นผิว

Next
Next

ทางลัดสู่ผิวแบบ Glass Skin สำหรับคนหน้ามันและผิวผสมที่แพ้ง่าย